แทงบอลออนไลน์

“สกอตแลนด์” เปิดบ้านเอาชนะ”เดนมาร์ก” 2-0 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก กลุ่ม F

ศึกแห่งศักดิ์ศรี ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม F ระหว่างเจ้าบ้าน”สกอตแลนด์”ที่ได้รองแชมป์กลุ่มไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับ”เดนมาร์ก”ที่ก็ได้แชมป์กลุ่มไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ในการพบกันเมื่อกลางดึกของคืนวันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า กองทัพเจ้าบ้านสามารถเบรคสถิติชนะรวดในรายการนี้ของแชมป์กลุ่มไว้ได้ ด้วยการเอาชนะไปได้เมื่อจบเกมที่สกอร์ 2-0ถึงจะได้ตำแหน่งรองแชมป์แน่นอนแล้ว

“สกอตแลนด์”

แต่”สกอตแลนด์”ยังส่งชุดใหญ่ลงทำศึกเพื่อศักดิ์ศรีและเอาใจแฟน ๆ

          ทางด้านตัวผู้เล่นในนัดนี้ของเจ้าถิ่นสกอตแลนด์พวกเขาส่ง”เช อดัมส์”ลงยืนเป็นหน้าเป้า แนวรุกซ้ายขวาประกอบด้วย”ไรอัน คริสตี้”และ”จอห์น แม็คกินน์” ทางด้านแนวรับก็มีทั้ง”คีแรน เทียร์นีย์”กองหลังตัวแกร่งจากทีม”อาร์เซน่อล”และ”แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน”ของ”ลิเวอร์พูล ส่วนทางด้านผู้ไปเยือน ใช้งาน”ยาค็อบ บรุนน์ ลาร์เซ่น””อันเดรียส คอร์เนลิอุส”และ”อันเดรียส สตอฟ โอลเซ่น”เป็นสามแนวรุก ส่วนทัพหลังมี”อันเดรียส คริสเตียนเซ่น”จาก”เชลซี”ลงกำกับเกมรับให้กับทีม

      เริ่มเกมในครึ่งแรก เป็นทางด้านทีมเยือน”เดนมาร์ก”ที่ทำเกมได้เหนือกว่า รวมถึงจังหวะและโอกาสในการยิงประตู แต่กลับเป็นเจ้าถิ่นสกอตแลนด์ที่สามารถยิงประตูขึ้นนำ 1-0 ไปได้ก่อนในนาทีที่ 35 จากการขึ้นโขกลูกเตะมุมเข้าไปของ”จอห์น ชูตตาร์” ก่อนจะจบจบครึ่งแรกของเกมไปด้วยการที่สกอตแลนดออกนำ”เดนมาร์ก”อยู่ 1-0

“สกอตแลนด์”

เริ่มเกมในครึ่งหลัง เหล่าขุนพลไวกิ้ง เกือบได้ประตูตีเสมอ แต่เป็น”เคร็ก กอร์ดอน”นายทวารของเจ้าถิ่นที่ปัดป้องเอาไว้ได้ แล้วสุดท้ายก็เหมือนหนังม้วนเดิมกับในครึ่งแรก เมื่อสกอตแลนด์มาได้ประตูที่ 2 หนีห่างไปจนได้ ในนาทีที่ 86 จากการยิงของ”เช อดัมส์” จนกระทั่งหมดเวลาการแข่งขัน เป็นอันว่าสกอตแลนด์เปิดบ้านเอาชนะ”เดนมาร์ก”ไปด้วยสกอร์ 2-0 อีกทั้งยังเป็นการเบรคการสร้างสถิติชนะรวดของทีมเยือนให้หยุดเอาไว้เพียงที่ 9 นัดอีกด้วย

และถึงจะพ่ายแพ้ในนัดนี้ แต่ทีมชาติ”เดนมาร์ก”ก็ยังคงครองตำแหน่งแชมป์ของกลุ่ม F ด้วยผลงานลงเตะ 10 นัด ชนะรวด 9 นัดแรก มาพ่ายแพ้ในนัดล่าสุด ทำไปได้ 27 คะแนน ได้สิทธิไปฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้ายที่ประเทศ”กาตาร์” ส่วนผู้ชนะในนัดนี้สกอตแลนด์ได้รองแชมป์กลุ่ม ด้วยผลงาน ชนะ 7 เสมอ 2 แพ้ 1 ทำไปได้ 23 คะแนน ได้สิทธิไปเล่นรอบเพลย์ออฟสู้กับอีก 11 ทีมที่เหลือคือ   “โปรตุเกส”,”นอร์ท เมซิโดเนีย”,”อิตาลี”,”รัสเซีย”,”สวีเดน”,โปแลนด์”,”เวลส์”,”ตุรกี”,”ฟินแลนด์”ออสเตรีย”และ”เช็คโกสโลวาเกีย”…เพื่อแย่งโควต้าสามทีมสุดท้ายจากโซนยุโรป ไปร่วมลุยฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้ายต่อไป

อ่านบทความเกี่ยวกับฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่ >>> http://www.foot-france.net/

โปรตุเกส พ่าย เซอร์เบีย! โดนปาดหน้า

โปรตุเกส พลาดตั๋วฟุตบอลโลก ในบ้านตัวเองแบบน่าเจ็บใจ พวกเขาต้องการแค่ผลเสมอก็เพียงพอ แต่กลับพ่ายให้กับ เซอร์เบีย 1-2 ทั้งที่พวกเขาเป็นฝ่ายออกนำก่อน 1-0 ตั้งแต่ 2 นาทีแรก แต่มาโดนยิงแซง 2 ลูกรวด จอดป้ายแค่รองแชมป์กลุ่ม

โปรตุเกส

โปรตุเกส ต้องไปเพลย์ออฟ

โปรตุเกสจบด้วยการเป็นรองแชมป์กลุ่ม เก็บได้ 17 คะแนน จาก 8 นัด (ชนะ 5 เสมอ 2 แพ้ 1) เป็นรอง เซอร์เบีย 3 คะแนน ทำให้พวกเขาต้องไปเพลย์ออฟกับอีก 11 ทีม เพื่อหาอีก 3 ทีม ผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์

โปรตุเกส 1-0 (2′) ประตูแรกของเจ้าบ้านได้มาอย่างเร็วแค่ 2 นาทีแรก จากจังหวะขึ้นไปเพรสซิ่งเร็วหน้าเขตโทษ ก่อนจะตัดบอลได้ และเป็น เรนาโต้ ซานเชส ที่ได้ล่อเป้าในเขตโทษไม่เหลือ 

เซอร์เบีย 1-1 (31′) ประตูของ ดูซาน ทาดิซ ที่ไม่น่าเป็นประตู เป็นจังหวะยิงไกลจากนอกเขตโทษ ที่ไม่ได้รุนแรงอะไร ทว่า รุย ปาทริซิโอ ผู้รักษาประตูกลับรับไม่อยู่ซะอย่างนั้น รับความผิดนี้ไปเต็มๆ เป็นประตูที่ 18 จากการลงสนามให้ทีมชาติ 82 นัด ของดาวเตะวัย 32 ปี ที่ค้าแข้งอยู่กับ อาแจ็กซ์ อัมส์เตอร์ดัมส์

เซอร์เบีย 2-1 (90′) เกมนี้ทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 และโปรตุเกส จะได้ตั๋วไปกาตาร์ 2022 ทว่า อเล็กซานดร้า มิโตรวิซ ดาวยิงของฟูแล่ม ทีมในเดอะแชมป์เปียนชิพ เป็นคนโหม่งประตูชัยให้ เซอร์เบีย แซงเข้าวิน 2-1

และคนเปิดไม่ใช่ใครที่ไหน เป็น ดูซาน ทาดิซ คนยิงประตูตีเสมอนั่นเอง เป็นประตูที่ 44 จากการลงสนามในนามทีมชาติ 66 นัด ของดาวเตะวัย 27 ปี และเป็นประตูที่ 8 ในรอบคัดเลือกหนนี้

รูปเกมดำเนินไปอย่างสูสีโปรตุเกส เล่นอย่างรัดกุม และเมื่อพวกเขาออกนำก่อน พวกเขาก็เน้นหนักไปทางเกมรับมากขึ้น ส่วน เซอร์เบีย ก็เปิดเกมรุกมากขึ้น จนมาได้ประตูตีเสมอในที่สุด ช่วง 10 นาทีสุดท้ายโปรตุเกส

รับแบบเต็มตัวแล้วรอสวน โดยช่วงนี้ เซอร์เบีย เป็นฝ่ายครองบอลถึง 63.2% และสุดท้ายพวกเขาก็ได้ประตูชัย

แมนออฟเดอะแมตย์ ดูซาน ทาดิซ เป็นทุกอย่างของเซอร์เบียในเกมนี้ ยิง 1 ประตู และจ่าย 1 แอสซิสต์ สัมผัสบอล 62 ครั้ง จ่ายบอลสำเร็จ 71% จ่ายเข้าพื้นที่อันตราย 2 ครั้ง เลี้ยงผ่าน 4 ครั้ง ครอส 14 ครั้ง โอกาสยิง 2 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง

โปรตุเกส

แย่ที่สุด ตำแหน่งนี้ รุย ปาทริซิโอ ผู้รักษาประตูของโปรตุเกส ต้องรับไปเต็มๆ โดยเฉพาะจัวหวะรับลูกยิงไกล ที่ไม่ได้มีน้ำหนักของ ดูซาน ทาดิช พลาดจนทีมเสียประตูตีเสมอ เขายังปล่อยให้ การยิงเข้ากรอบ 3 ครั้ง ของเซอร์เบีย เปลี่ยนเป็น 2 ประตู

อ่านบทความเกี่ยวกับฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่ >>> http://www.foot-france.net/

โอเล่ กุนน่าร์ โซลชา ย้อนอดีต กุนซือผู้ที่กำลังเป็นประเด็นในตอนนี้ของ แมนยู

โอเล่ กุนน่าร์ โซลชา

กุนซือที่กำลังมีข่าวร้อนแรง และเป็นประเด็นที่เข้มข้นไม่แพ้กุนซือคนไหนเลย ก็คงจะหนีไม่พ้น โอเล่ กุนน่าร์ โซลชา ที่ไม่ว่าจะเป็นทั้งฝ่ายสนับสนุนให้เขาคุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไป หรือจะเป็นฝั่งที่อยากให้บอร์ดบริหาร ปลดเขาออกจากตำแหน่งเสียที โดยมีคำหนึ่งที่หลายคนชอบยกมาพูดก็คือ เขาเป็นหนึ่งหนึ่งในตำนานของทีม การจะปลดหรือปรับเปลี่ยนจึงยากขึ้นกว่าใคร

โอเล่ กุนน่าร์ โซลชา

โอเล่ กุนน่าร์ โซลชา เส้นทางอาชีพการค้าแข้ง

เราคงรู้กันอยู่แล้วว่า โอเล่ กุนน่าร์โซลชา นั้น เขาเคยค้าแข้งอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาก่อนแล้ว และก็ถือเป็นนักเตะที่เข้าขั้นเป็นถึงระดับตำนานเลยก็ว่าได้ โดยตัวโซลชานั้น เขาเกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 1973 ที่เมืองคริสเตียนซันด์ ประเทศนอร์เวย์ ทำให้ปัจจุบันเขามีอายุ 48 ปี โดยเขาเลิกเล่นในปี 2007 ก่อนที่ในปัจจุบันจะมารับงานโค้ช

โดยสมัยที่เขาเป็นนักเตะเยาวชนนั้น โซลชาเอง ก็เล่นอยู่ในสโมสรในบ้านเกิดอย่างคลาเซนเนนเก้น ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับโมลด์ ในปี 1995 จากนั้นเพียงปีเดียว ยอดทีมจากอังกฤษอย่างปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มาดึงตัวเขาไป ด้วยค่าตัว 2.5 ล้านยูโร เท่านั้น ก่อนเขาจะค้าแข้งอยู่ที่นี่นานถึง 11 ปี 11 ฤดูกาลด้วยกัน พร้อมกับแขวนสตั๊ดที่โรงละครแห่งความฝันแห่งนี้

โดยรวมแล้ว ตลอดอาชีพการค้าแข้ง เขาเล่นกับทีมชุดใหญ่เพียงแค่ 2 สโมสรเท่านั้น ก็คือ โมล์ด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเขาลงเล่นให้โมล์ดไป 45 นัด ยิงได้ 33 ประตู ถือว่าเป็นสถิติการทำประตูที่บ้าคลั่งมาก ส่วนกับปีศาจแดงนั้น เขาลงเล่นไปทั้งสิ้น 365 นัด ยิงประตูไป 126 ประตู กับอีก 50 แอสซิสต์

โอเล่ กุนน่าร์ โซลชา

ความสำเร็จของโอเล่

แม้ว่าในตอนนี้ โอเล่ จะยังไม่ได้ประสบความสำเร็จกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฐานะการเป็นกุนซือ แต่ในตอนที่เขาเป็นนักเตะนั้น เขาก็เป็นคนหนึ่งที่คว้าแชมป์มาได้มากมาย และทุกแชมป์ที่เขาคว้ามาได้ ก็เกิดขึ้นกับปีศาจแดงทั้งนั้น ทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้ว 6 สมัยด้วยกัน และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่นักเตะหลายคนใฝ่ฝัน เขาก็คว้ามาได้ 1 สมัยด้วยกัน

ส่วนรายการฟุตบอลถ้วยในประเทศ เคยได้แชมป์เอฟเอคัพ 2 สมัย คอมมูนนิตี้ชิลด์ หรือ ถาดการกุศล 4 สมัยด้วยกัน พร้อมทั้งมี อินเตอร์คอนติเนนทัล 1 สมัย ด้านรางวัลส่วนตัวเขาเคยได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมนอร์เวย์ในปี 1996 หากท่านอยากติดตามข่าวสารเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ foot-france

บทความที่น่าสนใจ